ชื่อเข้าใช้งาน

รหัสผ่าน

สรุปสภาพและศักยภาพในการให้น้ำ


      จังหวัดเชียงใหม่มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำปิง และมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล หากแบ่งตามพื้นที่ลุ่มน้ำมีลุ่มน้ำหลักในพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 5 ลุ่มน้ำได้แก่ ลุ่มน้ำกก ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำสาละวิน ลุ่มน้ำวัง และลุ่มน้ำโขง มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่เป็นแม่น้ำจำนวน 12สายแหล่งน้ำประเภทหนอง บึง สระน้ำ ส่วนใหญ่จะใช้ประโยชน์เพื่อการเพาะปลูก ส่วนแหล่งน้ำพัฒนาประเภทอ่างเก็บน้ำ สระเก็บน้ำ และฝาย ส่วนใหญ่เป็นประเภทโครงการขนาดเล็ก จังหวัดเชียงใหม่
มีบ่อบาดาลจำนวน 3,544 บ่อ ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภคเป็นหลัก
      ความต้องการใช้น้ำของจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ ความต้องการน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อการอุตสาหกรรม เพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อรักษาสมดุลนิเวศวิทยาท้ายน้ำ ความต้องการน้ำเพื่อการชลประทานแยกเป็น 3 กลุ่ม คือโครงการขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีพื้นที่ชลประทานรวม 467,900 ไร่ มีความต้องการน้ำ 831 (ล้าน ลบ.ม./ปี) โครงการขนาดเล็กและสูบน้ำด้วยไฟฟ้า มีพื้นที่ชลประทานรวม 795,986 ไร่ มีความต้องการน้ำ 999 (ล้าน ลบ.ม./ปี) และชลประทานราษฎร์มีพื้นที่ชลประทานรวม 428,965 ไร่ มีความต้องการน้ำ 512 (ล้าน ลบ.ม./ปี)
      ความต้องการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคจะแตกต่างกัน ในชุมชนชนบทปัจจุบันมีอัตราการใช้น้ำประมาณ 100 ลิตรต่อคนต่อวัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 120 ลิตรต่อคนต่อวันในอนาคต ส่วนในเขตเมือง จะแบ่งตามขนาดกลุ่มประชากร โดยจำนวนประชากร 3,000 – 10,000 คน จะมีอัตราการใช้น้ำ 120 ลิตร/คน/วัน จำนวนประชากร 10,001 – 20,000 คน จะมีอัตราการใช้น้ำ 170 ลิตร/คน/วัน จำนวนประชากร 20,001 – 30,000 คน จะมีอัตราการใช้น้ำ 200 ลิตร/คน/วัน จำนวนประชากร 30,001 – 50,000 คน จะมีอัตราการใช้น้ำ 250 ลิตร/คน/วัน และจำนวนประชากรมากกว่า 50,000 คน จะมีอัตราการใช้น้ำ 300 ลิตร/คน/วัน ความต้องการน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมมีจำนวน 16.92 ล้าน ลบ.ม./ปี ความต้องการน้ำเพื่อการท่องเที่ยวมีจำนวน 0.53 ล้าน ลบ.ม./ปี ส่วนความต้องการน้ำเพื่อรักษาสมดุลนิเวศวิทยาท้ายน้ำ ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ได้กำหนดให้ปล่อยน้ำเพื่อรักษาสมดุลนิเวศวิทยาท้ายน้ำ 3.8 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ 119.84 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ได้กำหนดให้ปล่อยน้ำเพื่อรักษาสมดุลนิเวศวิทยาท้ายน้ำใน ฤดูแล้ง 0.28 ลบ.ม. ต่อวินาที หรือ 8.80 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง เช่น อ่างเก็บน้ำบ้าน แม่ตะไคร้ ปัจจุบันกำหนดให้ปล่อยน้ำเพื่อรักษาสมดุลนิเวศวิทยา ท้ายน้ำ 0.01 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ 0.28 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ส่วนอ่างเก็บน้ำแม่ตูบ ได้กำหนดให้ปล่อยน้ำเพื่อรักษาสมดุลนิเวศวิทยาท้ายน้ำ 0.06 ลบ.ม. ต่อวินาที หรือ 1.99 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ส่วนที่ไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หรือขนาดกลางที่สำคัญ ได้กำหนดให้ปล่อยน้ำเพื่อรักษาสมดุลนิเวศวิทยาท้ายน้ำที่ประเมินจากปริมาณน้ำท่าไหลต่ำสุดในฤดูแล้ง
      จังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณน้ำฝนตกเฉลี่ยปีละ 1,220.4 มิลลิเมตรคิดเป็นปริมาณน้ำที่อยู่ในพื้นที่จังหวัด 7,360 ล้าน ลบ.ม. จากความสามารถกักเก็บน้ำในปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ได้นำน้ำ ที่พัฒนาแหล่งน้ำไปใช้ประโยชน์ 3,300 ล้าน ลบ.ม. น้ำที่ปล่อยทิ้งลงสู่ลุ่มน้ำตอนล่างอีกประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. การเกษตรใช้น้ำสูงถึง 2,100 ล้าน ลบ.ม. ผู้บริโภค 78 ล้านลูกบาศก์เมตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว 20 ล้าน ลบ.ม. และใช้น้ำในการรักษาระบบนิเวศทางน้ำประมาณ 10 ล้าน ลบ.ม.